ป้ายกำกับ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Case study แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Case study แสดงบทความทั้งหมด

5/08/2554

Chas Chas Case study

ธุรกิจที่ทำยากเป็นอันดับต้น ซึ่งผมหลีกเลี่ยงคิดธุรกิจ “สิ่งทอ” เนื่องจากสิ่งทอนั้น เราจะต้องตามตลาดตลอดเวลา และสินค้าคงคลังที่จะเปลี่ยนเป็ฯ Death Stock ทันทีหากเราจับสินค้าขึ้นมาผิดจากที่ตลาดต้องการ อย่างไรก็ตาม Chas Chas เป็น Brand ที่สร้างขึ้นจากโรงงานเล็กๆที่เข้าสู่ธุรกิจนี้จากช่องว่าง “เสื้อผ้าเด็ก” ระดับกลางที่ทางร้านมองว่ายังไม่มี Brand ใดลงตรงจุดนี้

เจ้าของกิจการเริ่มต้นจากการที่ไม่มีความรู้เรื่องการออกแบบ Fashion Design เลยโดย เธอเรียนรู้จากการฝึกอบรมกับสมาคมสิ่งทอมาตลอด จนสามารถที่จะเขียนแบบและแพทเทิร์นได้ จากนั้นเลือกที่จะ outsource งานผลิตที่ตนเองไม่ถนัดให้ โรงงานขนาดเล็กตามต่างจังหวัดตามรูปแบบของการใช้ Value Constellation คือทำให้สิ่งที่ตนเองถนัดกว่า (Core Competency)คือการหาลูกค้าและการขาย และให้งานผลิตเป็นของ partner รูปแบบของเสื้อจะเป็นแบบ วัยรุ่นลดไซด์ที่แตกต่างจากแบรนด์ทั่วไป ซึ่งมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ Platinum & Export Singaporeและใช้ตัวแทนจำหน่าย เพือกระจายสินค้า แรกๆที่ขายได้ไม่ดีเจ้าของได้ติดตามความต้องการลูกค้าจากการถามตลอด เพื่อสร้างสินค้าตามที่ตลาดต้องการไม่ใช่ที่ตนเองต้องการ

Key to success
๐ หาโอกาสให้เจอ ลงมือเติมเต็มช่องว่างนั้น
๐ มีไอเดียต้องเริ่มทำ
๐ หา “ตัวช่วย” ในสิ่งที่ทำเอง คิดเองไม่ได้
๐ เสื้อผ้าเด็ก คุณภาพ มาตรฐานต้องมาที่หนึ่ง
๐ ขายความต่าง มีเอกลักษณ์ ไม่ใช่ของถูก
๐ มีน้ำอดน้ำทน อย่าทดท้อ กลัวล้มเหลว
๐ ฟังเสียงลูกค้า พัฒนาตัวเองไม่หยุดนิ่ง

1. ผมคิดว่าการมองธุรกิจสิ่งทอนั้น ต้องมองยักษ์ในธุรกิจนี้ซึ่งคือจีน ที่เป็นผู้เล่นที่มีอิทธิผลในอนาคตของตลาดเพราะการขยายตัวของจีนกระทบ ผู้ประกอบการทั้งตลาด ทั้งเจ้าของโรงงาน ที่มี Brand หรือทำ OEM, ผู้ค้าส่ง หรือผู้ออกแบบและสั่งตัดอย่างเจ้าของกิจการ แม้ว่าผู้ประกอบการยังไม่มีใครแทรกตัวเองไปที่ช่องวางนี้เสื้อผ้าเด็กระดับกลาง แต่ตลาดจีนนั้นมีรูปแบบนี้ออกมาเรียบร้อยแล้ว ในราคาที่ใกล้เคียงกันหรืออาจจะถูกกว่า

2. ในเรื่องของ Design ยังเสี่ยงต่อการโดน ลอกเลียนแบบ หากเสื้อของตัวใดของคุณ ติดตลาด จีนก็สามารถที่จะ Copy แบบได้ทันที (ผมหมายถึงถ้าเข้ามีโรงงานในไทยด้วย) ใช้เวลาไม่เกิน 5 วันเขาจะมีสินค้าเหมือนคุณวางขายทันที หรือแม้กระทั้งคนไทยด้วยกันเองที่เป็นโรงงานใหญ่ก็สามารถลอกเลียนแบบได้ นอกจากนี้ Design ต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคจริงๆ เพื่อลดสินค้าตาย

3. เป็นอีกธุรกิจที่เจ้าของเริ่มต้นจากสิ่งที่ เขาไม่รู้อะไรเลยและเพิ่มเติบความรู้ จากการอบรมและจากลูกค้าที่พัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง

4. ความอดทนในการเริ่มต้นและการเดินตาม ไอเดียของตนเองเป็นเรื่องที่ดี และทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้

5/06/2554

PATONGGO Cast study

PATONGGO
จากเรื่องธรรมดาเป็นแนวคิดพิเศษในการนำเสนอปาท๋องโก๋ ร้าน PATONGGO แถวตลาดบางลำภู เริ่มต้นแนวคิดจากกการที่สะกิดใจว่า “ทำไมคนถึงกิน ปาท๋องโก๋ เฉพาะเวลาเช้า” เกิดเป็นไอเดียที่ทำให้ ปาท๋องโก๋ สามารถกินได้ตลอดทั้งวันโดย เพิ่ม SWEET TOPPING แบบต่างๆ เช่น นมข้น สังขยาใบเตยและไอศรีม โฮมเมด์กะทิสด มีราคาอยู่ที่ 30 บาทต่อชุด


Analysis
Positive: ร้านนี้ทำให้ผมคิดถึง Pancake Café ตรง Navamin Avenue ประยุกต์ได้อย่างมี concept โดยคิดต่างจาก Pancake Cafe ที่มีอยู่แล้วที่ใช้ ปาท๋องโก๋ แทนทำให้ลูกค้ารู้สึกแปลกใหม่ที่เป็นจุดขาย
Negative: การทำธุรกิจแบบเป็นกระแสต้องมีความแปลกใหม่เสมอๆ จึงจะอยู่ได้ ร้านต้องสร้างเมนูเพิ่มขึ้นเพื่อ Refresh Product line ของตนเอง, อนึ่ง ปาท๋องโก๋กับเป็นอาหารที่ทำลายสุขภาพที่ในระยะยาวมีโอกาศที่จะได้รับความนิยมน้อยลง ร้านต้องสร้างรูปแบบที่ให้”สุขภาพ” กับลูกค้าด้วยที่จะทำให้ธุรกิจสามารถต่อยอดไปได้
ร้านนี้ตั้งราคา Prestige pricing ตามรูปแบบของ Café โดยเล็งเป้าไปที่ลูกค้าวัยรุ่น แต่สามารถสร้าง Mass Market ได้ เพราะเป็น Standard Product (ลูกค้า Complain ว่าราคาสูงไปเนื่องจาก ปรกติ ปาท๋องโก๋นั้นลูกค้ามี Perception ว่าราคาถูกอยู่แล้ว) Location ของร้านตั้งอยู่ในทำเลดี เป็นส่วนสนับสนุนธุรกิจนี้ให้เติบโตเป็นที่รู้จักได้

Opinion
หากคิดตาม Five force concept แล้วธุรกิจนี้ค่อนข้างจะมี จุดอ่อนจาก New comer ที่สามารถเข้าเล่นได้ง่าย PATONGGO ต้องสร้าง Brand ให้เร็วและขยายตลาดให้ครอบคลุมเพื่อป้องกัน New comer

Future Study
การประยุกต์ธุรกิจจากสินค้าที่มีอยู่แล้วเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะมองเห็นช่องว่าง คุณอาจจะทำ Waffle หรือ Pancake ในรูปแบบนี้ได้อย่าไงรก็ตาม Location and Decoration and Brand are virtual ที่จะทำให้ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จเพราะ ธุรกิจอาหารนอกจากอร่อยแล้ว Feeling คือ key competency

Key Succes factor

- เจ้าแรกที่คิดและทำรูปแบบนี้
- แปลกใหม่ โดยเฉพาะย่านบางลำภูที่ขายคนต่างชาติเยอะ
- ให้ความสำคัญกับหน้าร้านและ Feeling ของลูกค้า
Complain
- ราคาสูงในความรู้สึกของผู้บริโภค ซึ่งหมายถึงว่าตัว Product ยังไม่ได้มอบคุณค่าให้กับลูกค้ามากพอ
- ตัวสินค้าเองไม่สามารถกินติดต่อกันได้ มีโอกาศเป็นไปได้ที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นขาจรมากกว่าขาประจำ
- ทำเลจะเป็นจุดตัดสินความสำเร็จของธุรกิจที่เกิดจากลูกค้าขาจร ดังนั้นการนำไปเปิดตามสถานที่ท่องเที่ยว น่าจะเป็นโอกาสมากกว่าของธุรกิจนี้

5/05/2554

the waffle case study





The Waffle เกิดขึ้นมาจากการลองผิดลองถูกของคุณนิพัฒน์ อนุสนธิ์พรเพิ่ม (คุณหยี) ทั้งทีไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำขนมปังมาก่อน จุดเด่นของธุรกิจตัวนี้อยู่ที่ Product ของธุรกิจที่ The Waffle ผสมจากแป้ง 3 ชนิดที่ให้สัมผัสเวลาทาน ที่แตกแต่งและคนอื่นไม่สามารถทำได้ คุณหยีมองว่าในอดีต 6 ปีก่อน ไม่มีใครขาย Waffle แบบแรงและเป็นจุดเด่นและไม่มีใครใช้ Rum and Maple ผสมลงไปในขนมปังมาก่อน คิดเริ่มต้นทำ โดนได้รับคำแนะนำจากผู้ขายอุปกรณ์เท่านั้น Product จึงเป็นจุดเด่นของธุรกิจนี้ ตัว Product มี 3 รูปแบบจะใส่หน้าต่างๆลงไปเพื่อสร้างความหลกหลายแต่อย่างไรก็ตามการที่ธุรกิจนี้มียอดขาย 70 % เป็นรสชาติ Original จึงแสดงให้เห็นว่า ยังเป็น Product ตัวเดียวอยู่
ราคาของ The waffle set up ไว้ที่ 15 บาทซึ่งคุณหยีอ้างว่ามีกำไรค่อนข้างต่ำ ทำให้มีคนมาแข่งขันน้อยโดย The waffle อาศัยการขายปริมาณมากเพื่ออยู่รอดแทน ลักษณะของการจำหน่ายจะจำหน่ายออกเป็น แป้งแล้วสร้างหน้าร้าน Kiosk เพื่อให้ผู้ร่วมทุนขาย โดยต้องปฏิบัติตามกฏของThe Waffle ปกติสินค้าจะมีอายุประมาณ 14 ชม
ปัจจุบันมียอดขายปีละ 60 ล้านมีสาขา 130 สาขาและตั้งเป้าหมายจะเติบโตไปต่างประเทศ โดยมีรูปแบบ Store 3 size คือ Kisok เป็นชั้นวางธรรมดา แบบขายน้ำได้ด้วยและแบบมีที่นั่งทาน
Key Success factor
1. ใช้รูปแบบการขยายธุรกิจแบบ Franchise ที่สร้าง distribution ได้ 130 สาขา
2. ราคาถูกเพราะตอบสนอง Mass Market
3. รสชาติดี สินค้ามีจุดเด่น
4. สามารถควบคุม คุณภาพของ Franchise ได้
ข้อด้อย
1. Product มีตัวเดียวจำเจ
2. มีข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าน้อย ( ลูกค้าจ่ายเงินเดือนคุณ)
3. สร้าง Road Map ของรูปแบบ/ มองยังไม่ออกว่ารายได้มาจากไหนที่แท่จริง

Think
- เราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เรารู้มากๆ ก็ได้
- จงตระหนักและคิดถึงลูกค้าของคุณให้ดีเพราะเขาจ่ายเงินเดือนให้คุณ
- หาช่องว่างให้ได้ คิดให้มุมต่างอย่าง 7 วิธีตีหิน
- Product ตัวเดียวที่โดนเด่นจะสามารถอยู่รอดในตลาดได้จริงหรือไม่
- The Waffle เป็นธุกิจโหนกระแสหรือไม่